Pesticide Library
คลังสารป้องกันกำจัด
รวมสารออกฤทธิ์ 64 ชนิดจากคำแนะนำของกรมวิชาการเกษตรและงานวิจัยไทย ค้นได้ทั้งชื่อสาร ชื่อศัตรูพืช และกลุ่มกลไกการออกฤทธิ์
ยึดฉลากผลิตภัณฑ์เป็นหลักเสมอ
อัตราในคลังนี้คัดมาจากเอกสารราชการไทย แต่ผลิตภัณฑ์แต่ละยี่ห้อมีความเข้มข้นต่างกัน ให้ยึดฉลากผลิตภัณฑ์เป็นหลักเสมอ และสอบถามเจ้าหน้าที่เกษตรอำเภอเมื่อไม่แน่ใจมีสารที่ห้ามใช้อยู่ในคลังนี้ 3 รายการ
พาราควอตและคลอร์ไพริฟอสเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 4 ห้ามใช้และห้ามครอบครองตั้งแต่ 1 มิถุนายน 2563 — เอกสารคำแนะนำเก่าที่ยังระบุสารทั้งสองห้ามนำไปปฏิบัติสลับกลุ่มสารเพื่อไม่ให้ศัตรูพืชดื้อยา
สลับกลุ่มกลไกการออกฤทธิ์ (ตัวเลข IRAC / FRAC / HRAC) ทุก 2–3 ครั้งที่พ่น ห้ามสลับระหว่างสารที่มีรหัสกลุ่มเดียวกัน เช่น คลอแรนทรานิลิโพรลกับฟลูเบนไดอะไมด์เป็นกลุ่ม 28 เหมือนกัน สลับกันไม่ได้หลักการใช้สารให้คุ้มและปลอดภัย
- พ่นเมื่อถึงระดับเศรษฐกิจเท่านั้น การพ่นตามปฏิทินทำให้ต้นทุนสูง ศัตรูธรรมชาติตาย และแมลงดื้อยาเร็วขึ้น
- พ่นตอนเช้าตรู่หรือเย็น ลมสงบ หลีกเลี่ยงแดดจัดและก่อนฝนตก 4–6 ชั่วโมง สำหรับหนอนกระทู้ลายจุดต้องพ่นให้ลงยอดซึ่งเป็นที่หนอนอาศัย
- ห้ามผสมสารหลายชนิดในถังเดียวโดยไม่มีคำแนะนำ เพราะอาจตกตะกอน เสื่อมฤทธิ์ หรือเป็นพิษต่อข้าวโพด — ถ้าจำเป็นให้ทดสอบผสมในแก้วก่อน
- สวมหน้ากาก แว่นตา ถุงมือยาง เสื้อแขนยาว กางเกงขายาว และรองเท้าบูททุกครั้ง อาบน้ำสระผมและเปลี่ยนเสื้อผ้าทันทีหลังพ่น
- ข้าวโพดผสมเกสรด้วยลมก็จริง แต่ผึ้งมาเก็บละอองเกสรตัวผู้ หลีกเลี่ยงการพ่นสารกลุ่มนีโอนิโคตินอยด์ ไพรีทรอยด์ และคาร์บาเมตช่วงข้าวโพดออกดอกตัวผู้ในเวลากลางวัน
ก่อนใช้สารทุกครั้ง ให้พิจารณาวิธีเขตกรรมและชีวภัณฑ์ก่อน — ดูทางเลือกได้ที่หน้า ชีวภัณฑ์และศัตรูธรรมชาติ
แหล่งอ้างอิง
- ศูนย์วิจัยพืชไร่นครสวรรค์ — การกำจัดวัชพืชในข้าวโพดเลี้ยงสัตว์
- ราชกิจจานุเบกษา — ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม บัญชีรายชื่อวัตถุอันตราย (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2563 กำหนดให้พาราควอตและคลอร์ไพริฟอสเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 4
- IRAC — Mode of Action Classification Scheme (คณะกรรมการจัดการความต้านทานสารฆ่าแมลงสากล)
- FRAC — Fungicide Resistance Action Committee Code List
- HRAC — Global Herbicide Mode of Action Classification